Arch56 Webboard หน้ากระดานข่าวหลัก Arch56 Webboard
สถาปัตย์ จุฬา รุ่น 56
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
 
เรื่องหนังๆ
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 10, 11, 12 ... 25, 26, 27  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    Arch56 Webboard หน้ากระดานข่าวหลัก -> บันไดหน้าคณะ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 16 ตค.,2009 02:19    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

24 นี่ ปีแรกกับปี 2 จะต่างกันพอสมควรน่ะ ปีแรกผู้ร้ายยังกระจอกๆ หน่อย ปีถัดๆ มาเริ่มเล่นแรงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีระดับผู้ก่อการร้าย ถึงขั้นระเบิดนิวเคลียร์ อาวุธชีวภาพ แล้วก็มีการเมืองมากขึ้น คนเขียนบทมันกล้าดีเหมือนกัน หลายๆ อย่างที่ไม่คาดว่ามันจะทำก็มีให้เห็น (อันนี้บอกไม่ได้ ต้องดูเอง) แล้วปีถัดๆ มาก็จะใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ตัวละครรองๆ อย่าง Tony Almeida ซึ่งปีแรกออกจะน่ารำคาญอยู่ก็มีบทเด่นมากขึ้นและปรับให้ลงตัวกว่าปีแรก ตอนปี 3 จะมีตัวละครฝ่าย tech support ตัวหนึ่งโผล่มา คือ Chloe O'Brian ซึ่งคนเขียนบทวางบุคลิกได้มันมาก จนรู้สึกได้เลยว่าถ้าปีไหนบท Chloe ออกมาน้อย (อย่างปีล่าสุด) ก็จะไม่ค่อยสนุก

แต่ 24 มันติดกับดักตัวเองอยู่เหมือนกัน ความที่มันมีระยะเวลาที่แน่นอน คือทั้งหมดต้องจบใน 24 ชั่วโมง ก็เลยเป็นสูตรแบบกลายๆ คือประมาณ 12 ชั่วโมงแรกเป็นช่วงที่ต้องแก้สถานการณ์ผู้ก่อการร้าย แล้วครึ่งหลังก็เป็นการไล่ล่าตามจับผู้ร้าย มีต่างจากนี้ก็ไม่มากหรอก ดังนั้นถ้า ประมาณตอนที่ 6-7 ดูเหมือนจะจับผู้ร้ายได้ ก็รู้ได้เลยว่ายังไม่ถึงเวลา ยังไงมันต้องมีอะไรพลิกผันแน่ๆ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 16 ตค.,2009 03:01    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มีรายการกึ่ง reality อยู่รายการหนึ่ง เพิ่งเริ่มปีแรก ออกอากาศไปได้ประมาณ 10 ตอนแล้ว ชื่อรายการ shark tank เห็นชื่อรายการอย่างนี้อย่านึกว่ารายการสารคดีชีวิตสัตว์นะ

ในรายการจะมีนักลงทุนที่ประสพความสำเร็จระดับหลายร้อยล้าน 5 คน มาพร้อมกับเงินของตัวเอง แล้วให้คนมาเสนอไอเดียหรือผลิตภัณฑ์ เพื่อขอเงินไปลงทุน โดยให้ผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ เช่น ขอเงินลงทุน 5 แสนเหรียญ โดยให้ผู้ลงทุนได้ถือหุ้น 15% (สัดส่วนของจำนวนเงินและผลตอบแทนก็จะแตกต่างหลากหลายกันไป)

คนที่มาเสนอไอเดียนี่ก็หลากหลายมากมีทั้งไอเดียพิลึกๆ เกือบๆ จะเป็นชินโดกุ ไปกระทั่งไอเดียที่เห็นแล้วรู้เลยว่าน่าจะทำเงินได้ไม่ยาก บางคนก็มาเป็นสูตรอาหาร แฟชั่น สิ่งประดิษฐ์ หรือบริการประเภทต่างๆ ฯลฯ

ในช่วงแรก คนที่มาขอสตางค์ก็ต้อง present ให้นักลงทุนเห็นว่าไอ้ที่เอามานี่มันจะทำเงินได้ยังไง test การตลาดมาแล้วแค่ไหน เงินที่ขอไปจะเอาไปบริหารยังไง น่าจะคืนทุนและทำกำไรได้ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ ทีนี้ถ้าอันไหนไม่น่าสนใจก็จะโดนยิงตกไป แต่ถ้าสิ่งที่นำมาเสนอน่าจะให้ผลตอบแทนในการลงทุน นักลงทุนก็จะเริ่มต่อรอง เช่น ขอหุ้นเพิ่มเป็น 51% หรือขอซื้อไอเดียทั้งหมดมาบริหารเอง ซึ่งไอ้ตรงนี้ก็สนุก เพราะถ้าไอ้ที่นำมาเสนอนี่น่าสนใจจริงๆ ทั้ง 5 คนก็จะแย่งกันเสนอเงื่อนไขต่างๆ กัน บางคนก็จะให้เงินเยอะกว่าแต่ขอหุ้น 51% เพื่อสิทธิ์ในการตัดสินใจ บางคนก็ต่อรองเงินที่ขอมาเหลือครึ่งเดียว

ตัวอย่างตอนหนึ่งที่น่าสนใจคือ มีคนเอาอุปกรณ์ติดตั้งในรถยนตร์เป็นระบบนิรภัย คือถ้าไม่คาด safety belt รถจะ start ไม่ติด ซึ่งไอ้อุปกรณ์นี้ทุกคนเห็นตรงกันว่าขายได้แน่ๆ และถ้าขายกับบริษัทรถให้เป็นอุปกรณ์มาตราฐานของรถทุกคันก็ได้กินยาวเลย เจ้าของอุปกรณ์มาขอเงินห้าแสนเหรียญ โดยให้ผลตอบแทนเป็นหุ้น 10% ซึ่งพวกนักลงทุนก็ไม่ค่อยจะพอใจ คนหนึ่งก็เลยเสนอว่าจะให้หนึ่งล้านเหรียญเพื่อซื้อสิทธิ์ทั้งหมดในอุปกรณ์นี้ แต่สุดท้ายเจ้าของอุปกรณ์ก็ไม่ตกลง ซึ่งกูก็เห็นด้วยนะว่าไม่คุ้ม เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เคยหิ้วอุปกรณ์ไปเสนอบริษัทรถยนต์มาแล้ว แต่ติดตรงที่ว่า กว่าจะเอาอุปกรณ์นี้ไปติดตั้งเป็นมาตรฐานต้องใช้เวลา 5 ปี แกก็เลยตกลงใจว่าจะหาทุนทำขายเอง แต่ก็ติดตรงเรื่องของการติดตั้งที่ต้องอาศัยอู่รถ

(เมื่อปีก่อนก็มีหนังเรื่อง Flash of Genius เป็นเรื่องของคนที่ประดิษฐ์ที่ปัดน้ำฝนเป็นคนแรก เรื่องนี้โหลดมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ดูเลย พอดู shark tank ตอนที่ว่าก็นึกถึงหนังเรื่องนี้ขึ้นมา)

ใครอยากรู้ว่าวิธีคิดในการลงทุนแบบคนรวยๆ เขาเป็นยังไงก็น่าหา shark tank มาดูนะ แต่ปกติรายการ reality พวกนี้มันไม่ค่อยมี subtitle ถ้าภาษาไม่ค่อยแข็งแรงก็อาจจะดูลำบากหน่อยน่ะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
เษม
เชี่ยวชาญการโพส
เชี่ยวชาญการโพส


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 520
ที่อยู่: สุพรรณบุรี

ตอบตอบ: 16 ตค.,2009 09:41    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

24 นี่ต้องดูให้ได้ เห็นทุกคนที่ดูแล้วบอกว่าสนุก (เพิ่งดูไปแค่แผ่นเดียว)
shark tank นี้ไม่รู้จะมีซับไทยเมื่อไร ซับอังกฤษก็ยังดี
แล้วถ้าเอาซับอังกฤษเข้า google translate จะพอดูได้ไหมวะ

ตอนนี้เห็นมีซีรี่ย์ออกใหม่ flash forward โหลดมาดูได้ 3 ตอนแล้ว ท่าทางจะสนุก แต่ฟังไม่ค่อยออก (ไม่มีซับไทย) ยุ่นวิจารณ์หน่อยสิ ไม่รู้ผู้สร้างเดียวกับ lost หรือเปล่า เพราะเห็นตอนแรก ในฉากมันมี billboard สายการบินโอเชียนิกเป็นแบคกราวน์อยู่ไกล ๆ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 16 ตค.,2009 12:57    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

flash forward เป็น series ที่กะจะให้เป็นตัวแทนของ LOST ซึ่งจะจบในปีนี้ มีดาราจาก LOST มาเล่นด้วย 2 คน แต่เนื้อเรื่องไม่เกี่ยวกัน สร้างจากนิยาย พอดีว่าโหลด audio book เรื่องนี้ไว้ ฟังไปได้หน่อยนึง ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียวหรอก series ปรับจากนิยายไปโขอยู่ ไว้เดี๋ยวดึกๆ มาเขียนถึงให้

ป้าย oceanic airline นี่ประมาณเป็น easter egg เฉยๆ น่ะ ไม่มีอะไรหรอก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 08 พย.,2009 14:56    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

spin http://www.imdb.com/title/tt0479164/ เป็นหนังสั้นความยาวแค่ 8 นาที ของ Jamin Winans ผู้กำกับหนัง indie ที่นักวิจารณ์ชื่นชมกันจากหนังเรื่องล่าสุด Ink http://www.imdb.com/title/tt1071804/ Winans กำกับหนังสั้นมา 3 เรื่อง (2 เรื่องแรกยังหามาดูไม่ได้) spin เป็นเรื่องที่ 3 แล้วก็ไปทำหนังเรื่อง 11:59 (อันนี้ก็ยังหาไม่เจอ) จนเรื่องล่าสุด Ink ที่ว่า

Spin เป็นเรื่องของไอ้หนุ่ม DJ ที่ถูก "ส่ง" มาช่วยโลก หนังออกแนวกวนๆ มี butterfly effect นิดๆ ไม่มีบทสนทนาอะไร ไม่ต้องอาศัย subtitle ก็ดูรู้เรื่อง
เข้าใจว่า Winans จะชอบตัวละครไอ้หนุ่ม DJ นี่เอาการอยู่ เพราะใน Ink ก็จะมีตัวละครตัวหนึ่งที่มีความสามารถคล้ายๆ กัน

เอา spin มาให้โหลด
http://www.arch56.com/files/Spin.avi
82.6 MB (แปลงมาจาก file .flv อีกทีหนึ่ง)

พูดถึง Ink สักนิดหนึ่ง


Trailer จาก Youtube

Link


Ink เป็นหนัง fantasy ที่ในด้านไอเดียแล้วเข้าท่าอยู่เหมือนกัน ตัวเนื้อเรื่องความจริงค่อนไปทางนิทานเด็ก แต่ด้วยบรรยากาศที่ดูแล้วนึกถึงหนังอย่าง dark city แถมด้วยการเดินเรื่องที่ดูไปค่อนเรื่องแล้วยังไม่รู้ว่าหนังมันจะไปยังไงต่อ การใช้สัญลักษณ์ให้ตีความกันก็มีให้เห็นเยอะอยู่เหมือนกัน
แต่ยังไงก็ยังหนีไม่พ้นว่ามันเป็นนิทานเด็กน่ะ พอพ้นค่อนเรื่องไปหน่อยนึงก็พอจะจับแนวเดาเรื่องที่เหลือได้ไม่ยาก ถ้าดูแบบไม่คิดอะไรมากก็โอเคอยู่ มีที่ติดใจอีกหน่อยก็ตรงที่ว่า Winans คงจะทำหนังสั้นทุนต่ำจนเคยตัว หลายๆ อย่างใน Ink เลยไม่ค่อยลงตัว นักแสดงก็ดูแล้วรู้เลยว่ามือสมัครเล่น ฉาก action หลายๆ ฉากก็ดูออกมาเป็นหนังทุนต่ำไม่ค่อยเนียน ทั้งๆ ที่ฉาก Fantasy บางฉากออกแบบมาได้ดีทีเดียว และถ้าตัดเอาเนื้อๆ จริงๆ แล้ว เนื้อเรื่องมันมีอยู่นิดเดียว ทำเป็นหนังสั้นก็ยังได้เลย

ถ้าจะให้บอกว่า Ink ดีหรือเปล่า ก็ต้องบอกว่าเกือบดีละนะ ถ้าเทียบกับหนังอย่าง Transformer ละก็ Ink ดีกว่าเยอะ แต่อย่างที่บอกแหละ มันขาดๆ เกินๆ อยู่พอสมควร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 04 ธค.,2009 00:33    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตอนนี้หนัง TV ของปีนี้ออกอากาศกันไปครึ่ง season แล้ว กำลังจะเข้าช่วงพักปลายปี ก็เริ่มเห็นแล้วว่าเรื่องไหนจะอยู่จะไป ที่น่าจะไปแน่ๆ ก็คือ numb3rs rating แย่มาก เสียดายอยู่เหมือนกัน heroes นี่ก็คาบเส้นอยู่ ที่ยังอยู่ได้นี่เพราะมาฮิตแถบๆ ญี่ปุ่น แล้วก็แถวบ้านเรา และยอดขาย DVD ก็ค่อนข้างดี เดากันว่าอยู่ได้อีกสักปีหนึ่งก็เต็มกลืนละ เรื่องใหม่ๆ บางเรื่องอย่าง trauma นี่ออกอากาศไปได้ 3 ตอนก็ออกข่าวว่าไม่มีปีหน้าแล้วเน้อ eastwick ที่สร้างจากหนัง the witches of eastwick ก็ไม่รอดเหมือนกัน (เรื่องนี้ดูไปได้ตอนเดียว ยังไม่มีเวลาดูตอนที่เหลือเลย)

และ flashforward นี่ก็อยู่ในกลุ่มคาบเส้นเหมือนกัน นับว่าเป็นอีกเรื่องที่ท่าดีทีเหลว เหมือน fringe ของปีก่อน ที่ก่อนฉาย ใครๆ ก็หวังไว้ว่าจะเป็นตัวแทน x-files สุดท้ายก็ไปได้แค่ระดับกลางๆ ไม่แย่แต่ก็ไม่ฮิตระเบิดอย่างที่คาดกัน

พยายามถ่วงเวลาไม่พูดถึง flashforward เพราะจะรอดูว่าจะมีอะไรดีขึ้นไหม ผ่านมา 10 ตอน แย่ลงเกือบทุกตอนเลยว่ะ
ดั้งเดิมเรื่องนี้เป็นนิยายที่ได้รางวัล Nebula ปี 1999 ของ Robert J. Sawyer ในนิยายเล่าถึงเหตุการณ์ที่คนทั้งโลกหมดสติไป 2 นาที ระหว่างที่หมดสติทุกคนก็ได้ "เห็น" ตัวเองในอนาคต 21 ปีข้างหน้า พอมาเป็น TV มันก็ปรับเป็นยุคปัจจุบัน แล้วเปลี่ยนจาก 21 ปี เป็น 6 เดือน แล้วเปลี่ยนตัวเอกจากนักวิทยาศาสตร์เป็น FBI ที่เข้ามาสืบสวนเหตุการณ์นี้

ทุกอย่างในภาค TV ดูเหมือนจะออกมาแย่หมดเลย ตั้งแต่ตัวแสดงที่ไม่น่าสนใจ ที่อยากตบกบาลคนเลือกตัวแสดงหนักๆ เลยก็คือการเลือกเอา Dominic Monaghan (charlie จาก Lost) มาเล่นในบทนักวิทยาศาสตร์ทำนอง mad scientist คือหมอนี่ใน lost ก็ไม่ได้เข้าท่าอะไรอยู่แล้ว มาในเรื่องนี้ต้องเล่นบทโหดๆ เวลาแกไปขู่กรรโชก ตะคอกคนที่ตัวใหญ่กว่าสักหนึ่งช่วงหัว ดูแล้วน่ารำคาญมากกว่าน่ากลัว ขนาดว่ามีตอนที่จะเล่นงานผู้หญิง ดูแล้วยังรู้สึกว่าเดี๋ยวมึงโดนผู้หญิงถีบหน้าหงายแน่ๆ เลย เนี่ย มันคัดดาราได้แย่ขนาดนั้นเลยน่ะ

ในด้านของบท flashforward มันพยายามเล่นสูตรแบบ lost คือสร้างปริศนาใหญ่ๆ ไว้แล้วค่อยๆ เฉลย สลับกับการเล่าเรื่องตัวละครและเหตุการณ์ย่อยๆ แต่ไอ้ตัวละครและเหตุการณ์ย่อยๆ นี่ก็แสนจะไม่น่าสนใจ บางอันก็ดรามาและยืดยาดเกิน แถมด้วยการพยายามสร้าง surprise ทุกๆ ท้ายตอน แต่โทษทีเหอะ surprise แต่ละอันนี่เดาได้ล่วงหน้าเกือบหมดเลย ดูแล้วก็แอบนึกในใจว่า กูดู flashforward แล้วกูก็เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้เหมือนกัน (ไม่ได้จะอวดอะไรนะ บทมันตื้นจริงๆ น่ะ ใครดูก็น่าจะเดาได้) อย่างตอนของสองอาทิตย์ก่อน พอเห็นตัวละครตัวหนึ่งลงจากเครื่องบิน กูก็เห็นอนาคตเลยว่าเดี๋ยวต้องมีใครตามลงมา ลูกเล่นมันเก่าแบบตั้งแต่สมัยหนัง sleepless in seattle น่ะ จะยังมีใครจะ surprise กับอะไรแบบนี้ในยุคนี้อีกหรือวะ

และที่น่าตบกระโหลกหนักๆ อีกอย่างก็คือ เหตุการณ์ในเรื่องมีคนตายไป 20 ล้านคนทั่วโลก แล้วโลกก็ดำเนินต่อไป เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโต มันอธิบายว่าตอนเกิดเหตุการณ์ ที่จีนเป็นตอนตี 2 เลยไม่ค่อยมีผลกระทบ จีนเลยไม่สนใจจะสืบสวนว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีพวกคลั่งศาสนา ไม่มีลัทธิ UFO ไม่มีผู้ก่อการร้ายหน้าไหนสนใจจะออกมาฉวยโอกาส ไม่มีการล่มสลายทางเศรษฐกิจ ไม่มีอะไรสารพัดที่เหตุการณ์ใหญ่โตขนาดนี้น่าจะส่งผลกระทบ กลายเป็นว่าเนื้อเรื่องที่สุดจะจินตนาการและเปิดให้ทำอะไรก็ได้ พอมาเป็นหนัง TV แม่มกลายเป็นหนังที่ไร้จินตนาการสุดๆ

จะให้บ่นคงได้อีกหลายหน้าน่ะ กูคงเลิกดูละ ไปหาฉบับนิยายอ่านดีกว่า
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 04 ธค.,2009 01:02    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)



กลายเป็นว่า series ที่ประสพความสำเร็จมากที่สุดของปีนี้คือ Glee หนังตลก-เพลง เกี่ยวกับชมรมดนตรีในโรงเรียน ทั้งๆ ที่ตอนแรกคนสร้างเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะดังด้วยซ้ำ เลยทำออกมาแค่ 13 ตอน แต่พออกอากาศไปได้ไม่กี่ตอนก็สร้างกระแสได้มากพอ จนสถานีต้องสั่งให้ไปถ่ายเพิ่มมาอีก 9 ตอน (วันนี้ตอนที่ 12 เพิ่งออกอากาศ หลังจากอาทิตย์หน้าก็จะพักยาวไปถึงเมษาค่อยมาออกอากาศอีก 9 ตอนที่เหลือ)

Glee คัดตัวแสดงจากความสามารถในการร้องเพลงและเต้นได้จริงๆ ดาราหลายๆ คนเคยผ่านการแสดงละครบรอดเวย์มาก่อน เรื่องเพลงเลยหายห่วง เพลง Don't Stop Believin จากตอนแรกถึงกับขึ้นอันดับ 1 iTunes chart ปัจจุบันออก OST มาแล้ว 1 ชุด และอาทิตย์หน้าก็จะออกชุดที่ 2 ตามมา ข่าวล่าสุด คือนักแสดงจากเรื่องนี้ 8 คนกำลังจะได้ทำสัญญาออก solo album

เพลงใน Glee ทั้งหมดจะเป็นเพลงเก่าเอามาเรียบเรียงใหม่ และที่ต้องชมก็คือความหลากหลายของเพลง มีตั้งแต่ hip-hop, pop, rock, ballad, country ไปยัน broadway (ตอนล่าสุดมี jump ของ van halen ด้วย)

http://www.arch56.com/files/imagine.avi

http://www.arch56.com/files/somebodytolove.avi

อันนี้เป็นตัวอย่าง 2 เพลงที่ทำออกมาได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะ imagine ที่เป็นฉากซ้อมร่วมกับโรงเรียนคู่แข่งที่เป็นโรงเรียนสอนคนหูหนวก (โดยส่วนตัว กูถือว่า imagine เป็นเพลงที่ตายแล้วน่ะ มีคนเอามาร้องกันใหม่หลายรอบจนไม่น่าจะเอามาทำอีกแล้ว ในรอบ 15 ปีนี่ไม่เคยคิดจะหยิบขึ้นมาฟังเลยสักครั้ง แต่ version ของ glee ทำให้เพลงนี้กลับมา "ฟังได้" อีกครั้ง) เสียดายตรงที่ version ที่จะออกใน album OST 2 จะตัดส่วนของโรงเรียนสอนคนหูหนวกออก

นอกเรื่องนิดหนึ่ง file .avi ที่เอามาให้โหลดนี่ตอนแรกทำเป็น flv มาลองใส่ tag flash แล้วมันไม่ยอมโหลดว่ะ ไม่รู้ต้องทำยังไง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 04 ธค.,2009 01:31    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นอกจากเรื่องของเพลงแล้ว ในส่วนของบท Glee ทำได้ดีตรงที่ไม่พยายามซีเรียสหรือทำอะไรเกินตัว เนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ ดูเพลินๆ และแต่ละตอนก็จะมีฉากเพลงเด่นๆ 1-2 ฉาก ก็เลยให้ความรู้สึกว่า ถ้าเทียบกับ flashforward ที่เหมือนกับนักกีฬาที่พยายามเล่นท่ายาก แต่มือไม่ถึง แล้วก็แป้กซะทุกที แต่ Glee เหมือน floor exercise ที่ไม่ต้องโชว์เก๋าตลอด 90 วินาที เล่นเอาสวยงามแล้วจบให้สวยก็พอแล้ว

มีอีกนิดหนึ่ง เจ้าของโปรเจคท์ Glee คือ Ryan Murphy ที่ทำ nip/tuck มาก่อน ดังนั้นในส่วนของ plot ก็จะมีอะไรพิลึกๆ หลงๆ มาอยู่บ้าง (nip/tuck เป็น series ที่กูจัดว่ามีเนื้อเรื่องที่ชั่วร้ายโสมมที่สุดแล้ว ทั้งเรื่อง sex ในทุกรูปแบบ ตัวละครหลักเกือบทุกตัวฆ่าคนหรือมีส่วนร่วมในการฆ่าคนมาแล้ว ฆาตกรต่อเนื่องใน nip/tuck นี่ก็เล่นเอาฆาตกรใน dexter ดูกระจอกไปเลย ปีล่าสุดนี่กูเลิกดูไปแล้ว ทนไม่ไหว) ตอนแรกก็ระแวงอยู่เหมือนกันว่าอีตา Ryan Murphy จะมาเล่นอะไรแรงๆ ใน Glee หรือเปล่า แต่เท่าที่ดูถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรแรงเกิน

ที่น่าแปลกใจอีกอย่างก็คือ ในเดือนเมษา 9 ตอนที่เหลือ Glee จะย้ายเวลาออกอากาศมาเป็นวันอังคาร เวลาเดียวกับ Lost ไม่บ่อยนักที่จะเห็น series ใหม่ๆ กล้าชนกับรุ่นใหญ่ (โดยเฉพาะ Lost ที่จะออกอากาศเป็นปีสุดท้ายด้วย)

เว็บบิทเจ้าประจำก็มี Glee ให้โหลดอยู่ แต่มีไม่ครบตอนนะ แล้วก็ไม่น่าจะมี sub thai Anxious
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 15 ธค.,2009 00:33    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

วันนี้ dexter จบตอนสุดท้ายของปี 4 ได้แบบคนดูพูดไม่ออก น่าจะส่งผลให้โทนของเรื่องในปี 5 เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน ใครยังไม่ได้ดูก็เลี่ยงๆ เว็บที่ spoil เนื้อเรื่องกันเอาเองก็แล้วกัน ตัวใครตัวมัน (สารภาพว่ากูเลี่ยงไม่ทันว่ะ เซ็งเป็ด)

กลับมาที่ Glee อีกหน่อย วันก่อนเพิ่งจบตอน 13 ได้แบบสวยมาก (เป็นตอนจบ season ที่ดีที่สุดเท่าที่ได้ดูมาในรอบหลายๆ ปีเลยมั้ง) ถึงจะทะแม่งๆ ที่ต้องรอไปถึงสงกรานต์ถึงจะได้ดูอีก 9 ตอนที่เหลือ (ข่าวว่ายังไม่เริ่มถ่ายทำเลย แต่แว่วๆ มาว่าจะมีอยู่หนึ่งตอนที่ madonna ให้เลือกเพลงไปทำใหม่ได้ตามใจ ซึ่งน่าจะเป็นผลดีกับทั้ง 2 ฝ่าย เพราะหลายๆ เพลงใน 13 ตอนแรก นอกจากจะขายดีแล้ว ยังส่งผลให้เพลงต้นฉบับกลับมาขายดีอีกรอบด้วย) ล่าสุด Glee ได้เข้าชิง Satellite Awards ทุกสาขาที่มีสิทธิ์เข้าชิง แล้วก็เพิ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 10 series ยอดเยี่ยมของปีนี้จาก The American Film Institute แรงแบบฉุดไม่อยู่แล้วจริงๆ

แต่ที่เสียวๆ กันอยู่ก็คือ Glee มันทำเหมือนกับว่าไม่ได้เตรียมเผื่อสำหรับ season ต่อๆ ไป เพราะ 13 ตอนแรกนี่ครบเครื่องจนไม่รู้ว่าปีต่อๆ ไปจะทำยังไงให้ออกมาดีกว่านี้ (ส่วนใหญ่คนที่เคยดู nip/tuck จะเสียวๆ แบบนี้ เพราะ nip/tuck 2-3 ปีแรกก็ดีมาก หลังจากนั้นก็เริ่มมั่วจนเละเทะ)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
เษม
เชี่ยวชาญการโพส
เชี่ยวชาญการโพส


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 520
ที่อยู่: สุพรรณบุรี

ตอบตอบ: 15 ธค.,2009 09:00    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

dexter อยากดู แต่ยังไม่ซับไทยเลย กลัวดูไม่รู้เรื่อง
glee นี่ เห็นยุ่นเชียร์ ก็อยากจะดูนะ แต่ยังไม่มีซับไทยอีกเหมือนกัน
ถามอีกเรื่อง
ugly betty นี่ดีไหม - สำหรับให้แม่บ้านดู เห็นตัวอย่างมันตลกดี
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 15 ธค.,2009 21:07    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นมีคนเริ่มแปล Glee ที่ Thaisubtitle.com นะ ตอนแรกเพิ่งไปได้หน่อยนึง (อยากไปบอกคนแปลว่า เนื้อเพลงไม่ต้องแปลก็ได้)

วันนี้เพิ่งประกาศผู้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ
Glee มีลุ้นอีก 4 รางวัล
Best TV show comedy/musical: Glee
Best Supporting Actress in a TV show comedy/musical: Jane Lynch
Best Actress in a TV show comedy/musical: Lea Michele
Best Actor in a TV show comedy/musical: Matthew Morrison

แถมด้วยเข้าชิงอีก 2 รางวัล จาก WGA (Writers Guild of America) COMEDY SERIES กับ NEW SERIES

Ugly Betty นี่โหลดมาให้น้องกูดูปีแรกไปแล้วก็เลิกดู เห็นเขาว่าตั้งแต่ปี 2 ก็แย่ลงเรื่อยๆ น่ะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 18 ธค.,2009 00:05    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

paranormal activity เป็นหนังยาจกถูกหวยรางวัลที่หนึ่งไปแล้วด้วยทุนสร้างแค่ 15000$ (ดารานำสองคน ค่าตัวแค่คนละ 500$ ตัวประกอบอีก 2 คนนี่คงได้เป็นค่าจ้างรายวันมั้ง) ถ่ายทำแค่ 10 วัน แต่ทำเงินเฉพาะเปิดตัวก็เกือบ 10 ล้าน $ แล้ว แถมยังเตรียมจะสร้างภาคต่ออีกต่างหาก ไม่รู้จะเอาเนื้อเรื่องอะไรมาสร้างได้อีกน่ะ ภาคแรกก็ไม่ค่อยมีเนื้อเรื่องอะไรอยู่แล้ว)

ในด้านความสยองขวัญนี่ต้องบอกว่าขึ้นกับสภาพแวดล้อมของแต่ละคนเลย พอดีว่าที่บ้านเป็นตึกแถวใกล้ตลาด แถมตรงข้ามก็เป็นอพาร์ทเมนต์มีขี้เมานั่งก๊งถึงดึกแทบทุกคืน แทบจะไม่มีเวลาไหนที่บ้านเงียบหรือมืดสนิทแบบในหนัง ดังนั้นเลยไม่มีอารมณ์ร่วมแถมออกจะรำคาญหน่อยๆ ว่าแค่เสียงดังกุกๆ กักๆ นิดหน่อยทำเป็นตื่นเต้นกันไปได้ ใครที่อยู่บ้านตึกแถวหรือบ้านติดถนนไม่น่าจะดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกกลัวอะไร

สรุปว่าเป็นหนังผีที่ดูแล้วหลับสบายอีกเรื่องหนึ่ง มีฉากน่ากลัวก็ตรงท้ายๆ เรื่อง แต่ก็ออกไปแนวผีญี่ปุ่นออกจะโฉ่งฉ่างไม่เข้ากับโทนเรื่องก่อนหน้านี้ (เรื่องนี้มีฉากจบอยู่ 3 แบบ อันที่ได้ดู เป็นแบบที่ไอ้สปีลเบิร์กมันแนะนำผู้กำกับให้เปลี่ยน ส่วนอีก 2 แบบไม่ได้แสวงมาดู แต่เท่าที่ได้อ่านมาดูน่าจะเข้าท่ากว่าแบบของสปีลเบิร์กนะ)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 18 ธค.,2009 00:41    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ที่เขียนถึงเรื่องนี้เพราะอยากพูดถึงหนัง POV มานานแล้ว แต่ก็ลืมเสียทุกที พอดูเรื่องนี้เลยนึกได้ว่ามันกึ่งๆ หนัง POV เหมือนกัน

หนัง POV (Point of View) บางทีก็เรียกว่า First Person Camera คือหนังที่ถ่ายภาพเหมือนเกมส์ doom ตัวอย่างก็เช่น Cloverfield หรือ Cannibal Holocaust (ตอนฉายบ้านเราชื่อ เปรตเดินดินกินเนื้อคน) ซึ่งกลับมานิยมในระดับหนึ่งในช่วง 3-4 ปีมานี้

หนัง POV นี่สร้างกันมานานมากแล้วนะ บางคนจะนึกว่าเรื่องแรกคือเปรตเดินดิน ที่จริงเรื่องแรกๆ เท่าที่หาได้ (ไม่แน่ใจว่าแรกสุดหรือเปล่า) คือ Lady in the Lake ปี 1947 เป็นหนังนักสืบ Phillip Marlowe แต่มันจะต่างจาก POV ยุคหลังคือ มันถ่ายเหมือนให้กล้องแทนมุมมองตัวละครในเรื่องตรงๆ ไม่ได้เป็นมุมมองแบบผ่านกล้อง video แบบเรื่องยุคหลังๆ
Lady in the Lake นี่เคยโหลดมาดูแต่ด้วยความกูไม่สามารถฟังเสียงภาษาอังกฤษสมัยนู้นได้ subtitle ก็ไม่มี เลยเลิกดูไป

เรื่องที่ต้องพูดถึงทุกครั้งเมื่อพูดถึง POV ก็คือ Cannibal Holocaust นี่แหละ เรื่องนี้สมัยเข้ามาฉายบ้านเรา มันโฆษณาว่าเป็นเรื่องจริง เป็นฟิล์มจากกองถ่ายหนังสารคดีที่ถูกคนป่าฆ่าตาย แต่ที่จริง เรื่องนี้มันเป็น mockumentary หรือหนังสารคดีหลอกๆ ที่ทำเหมือนกับเป็นเรื่องจริง ความที่มันถ่ายทำได้เหมือนจริงมาก ก็เลยทำให้เป็นคดีขึ้นศาลในอิตาลีมาแล้ว อีตา Ruggero Deodato ผู้กำกับถึงกับต้องไปสาธิตให้ดูในศาลว่าไอ้ที่เหมือนกินเนื้อคนในหนังน่ะ ที่จริงแล้วถ่ายหลอกยังไง (จนทุกวันนี้ยังมีคนเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงอยู่เลยนะ)

Cannibal Holocaust น่าจะเป็นเรื่องแรกที่สร้างธรรมเนียมให้กับหนัง POV ยุคใหม่ ที่เดินเรื่องผ่านกล้อง ข้อแรกก็คือ คนตาย-กล้องไม่ตาย อันนี้แทบจะเป็นฉากบังคับของหนัง POV ไปแล้ว คือ ฉากจบ ตากล้องต้องตาย แต่กล้องยังถ่ายต่อไป บางทีก็จะจงใจให้กล้องล้มมาเห็นตากล้องที่กำลังตาย โดยที่ก่อนหน้านี้ทั้งเรื่อง คนดูจะไม่ได้เห็นหน้าคนถ่าย หรืออย่างมากก็เห็นผ่านเงาสะท้อนในกระจก (แต่ก็มีบางเรื่องอยู่เหมือนกันที่กล้องถูกเปลี่ยนมือในระหว่างเรื่อง แต่กฏ คนตาย-กล้องไม่ตาย จะไปตกที่คนสุดท้ายที่ถือกล้องแทน)

ธรรมเนียมอีกข้อก็คือ Off-Camera คือในระหว่างเดินเรื่องควรจะมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะที่กล้องไม่ได้ถ่าย เช่นช่วงที่ฟิล์มหมด หรือแบตหมด ถ้าเรื่องไหนผูกเรื่องให้ใช้เหตุการณ์ตรงนี้ได้เหมาะๆ ก็จะเล่นอะไรได้อีกเยอะเลย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 18 ธค.,2009 01:03    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หนัง POV ที่อยากแนะนำให้หามาดูคือ [REC] หนังสยองขวัญของสเปนที่อเมริกาเอามาทำใหม่เป็นเรื่อง Quarantine
[REC] ใช้เทคนิคของหนัง POV ได้ฉลาดมาก โดยเฉพาะฉากห้องใต้หลังคาตอนท้ายเรื่องนี่เด็ดขาดมาก ที่ว่าเด็ดก็คือ หนัง POV มันไม่จำเป็นต้องให้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกล้อง บางทีมันก็มีบางเหตุการณ์ที่เป็น off camera แต่ในฉากห้องใต้หลังคาที่ว่ามันสร้างสถานการณ์ที่บังคับให้ตัวละครจำเป็นต้องมองเหตุการณ์ผ่านกล้องเท่านั้น ซึ่งด้วยข้อจำกัดของมุมมองของกล้องทำให้กดดันสุดๆ ที่เด็ดกว่านั้นก็คือ [REC] มันหาวิธีให้เล่นอะไรแบบนี้ได้ 2 ครั้งติดๆ กัน ครั้งแรกว่าสยองแล้ว ครั้งที่ 2 นี่แม่งยิ่งสยองกว่าไอ้ครั้งแรกหลายเท่า อันนี้ต้องไปหาดูกันเอาเอง เล่าไปเดี๋ยวไม่สนุก

ฉบับสร้างใหม่ของอเมริกานี่ไม่ได้ดูนะ เห็นเขาว่าไม่ค่อยดี เรื่องนี้ได้ Jennifer Carpenter หรือ debra จาก dexter มารับบทนำ ที่จริง Jennifer Carpenter เคยเล่นหนังสยองเรื่อง The Exorcism of Emily Rose มาก่อนหน้านี้แล้ว เรื่องนี้น่ากลัวใช้ได้เลย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
คมสัน
เชี่ยวชาญการโพส
เชี่ยวชาญการโพส


เข้าร่วมเมื่อ: 26 ตค. 2005
ตอบ: 419

ตอบตอบ: 18 ธค.,2009 13:27    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อยากดู Glee ว่ะ คงต้องรอให้มีซับไทย แล้วเอามาขายที่ฟอร์จูนก่อน

เปรตเดินดินกูจำได้ ตอนนั้น อยู่ป หก หรือไงเนี่ยแหละ จำได้ว่าเป็นหนังที่ดังมาก
เพราะมันโปรโมตว่าคนทำตายหมด กูกับเพื่อนเพื่อนยังเอามาคุยกันเลย
แต่ไม่มีใครได้ไปดูในโรงสักคน

ส่วนนิปทัค นี่กูยืนยันอีกคนว่า เรื่องมันโสมมเหลือเกิน
แต่ที่น่ากลัวคือ เป็นเรื่องที่แฟนกูชอบมาก ขนาดให้กูไปฟอร์จูนเพื่อไปซื้อมาให้ดูแบบครบๆ Think

ยุ่น ไอ้ซีรี่ เรื่อง the wire เจ๋งจริงป่าววะ กูเห็นฝรั่งมันชื่นชมกันเหลือเกิน
หรือ มึงเคยเล่าไปแล้ววะ ถ้าเคยก็โทดทีที่ลืม


กูว่าที่มึงเขียนเล่าเนี่ย มึงเขียนดีกว่า พวกตามคอลัมน์ในนิตยสารเยอะเลยว่ะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 19 ธค.,2009 20:23    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบใจมากคมสัน กูก็สงสัยอยู่ว่าที่เขียนๆ นี่จะมีคนอ่านไหม

the wire เป็นเรื่องของแก๊งค้ายาเสพติด คนดำ ตำรวจ หนังค่อนข้างดิบ หนังดีนะ แต่กูทนดูได้ไม่กี่ตอน ความที่มันดิบมาก สบถกันเป็นไฟ นึกถึงเด็กช่างกลบ้านเราที่เวลาคุยกันทุกประโยคต้องมีคำว่า เ-็ดแม่ ประกอบด้วยน่ะ ประมาณนั้นแหละ ดูแล้วมึน มันเป็น series ของช่องเคเบิล HBO น่ะ เลยใส่กันเต็มๆ ไม่กระมิดกระเมี้ยนแบบช่องฟรีทีวี (สงสัยอยู่เหมือนกันว่า sub thai มันจะแปลยังไงให้ได้อารมณ์เถื่อนแบบต้นฉบับ)

อีกเรื่องที่มักจะจัดในจำพวกเดียวกันคือ sleeper cell series เกี่ยวกับสายลับปราบผู้ก่อการร้าย ที่ว่าประเภทเดียวกันคือมันออกแนวซีเรียสมาก มีคนเปรียบเทียบว่าเรื่องนี้เป็น 24 ฉบับ hardcore แต่ด้วยความที่มันหนักหน่วงจริงจังมาก กูเลยดูไปได้ไม่กี่ตอนแล้วก็เลิกดูไป
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 19 ธค.,2009 20:39    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ที่จริงมีหนังอีกเรื่องที่อยากเขียนถึง คือ the last house on the left แต่คาดว่าคงไม่มีคนสนใจดู ทั้งๆ ที่หนังถ่อยเรื่องนี้ถ้าเก็บรายละเอียดจริงๆ นี่ลากยาวขนาดทำ thesis ได้เลยนะ มันเป็นหนังที่มีส่วนในการปฏิวัติวงการหนังสยองขวัญในแง่ความดิบ เถื่อน แต่ไม่ค่อยมีคนรู้ว่า เรื่องนี้ remade จากหนังเรื่อง Jungfrukällan (the virgin spring) หนังออสการ์สาขาต่างประเทศปี 61 ของ Ingmar Bergman
เอาแค่ตรงที่หนังเรื่องเดียวกัน ทำออกมา 2 แบบ แล้วก็แยกกันไปประสพความสำเร็จกันที่คนละสุดปลายขั้วก็น่าสนใจพอแล้ว แถมถ้าลาก connection หนังเรื่องนี้มันยังเป็นพ่อพันธุ์ให้อีกสารพัดเรื่อง และยังลากยาวไปถึงเพลงของเอลวิสและ van halen ได้เลยน่ะ

ไว้ว่างๆ จะกลับมาเขียนถึง the band's visit ที่เคยติดค้างไว้ตั้งแต่ปีก่อนแล้วมั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
เษม
เชี่ยวชาญการโพส
เชี่ยวชาญการโพส


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 520
ที่อยู่: สุพรรณบุรี

ตอบตอบ: 20 ธค.,2009 12:34    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพูด:
ขอบใจมากคมสัน กูก็สงสัยอยู่ว่าที่เขียนๆ นี่จะมีคนอ่านไหม


มี มี
ยุ่น วิเคราะห์ + วิจารณ์ ได้ดีจริง ๆ ทั้งหนังใหญ่ และซีรี่ส์เลย
เคยบอกไว้ว่า หนังที่ยุ่นเอ่ยปากว่าดี นี่ต้องไปตามหามาดู
นี่ก็เพิ่งไปโหลด The Exorcism of Emily Rose มาดูจบไป ตื่นเต้น และอีตอนฉากไล่ผี นี่เกร็งมาก
ไม่ค่อยได้ดูหนังผี ก่อนหน้านี้ที่รู้สึกว่าน่ากลัว ก็เห็นจะเป็น the ring ต้นตำรับผีคลาน

แต่เรื่อง rec นี่หาในเวบบิตยังไม่เจอว่ะ ใช่เรื่องที่ว่าไปติดอยู่ในตึกร้าง รึเปล่า
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
เษม
เชี่ยวชาญการโพส
เชี่ยวชาญการโพส


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 520
ที่อยู่: สุพรรณบุรี

ตอบตอบ: 20 ธค.,2009 12:42    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ในเวบ cz
glee ทำไมมันมี แค่ s01e09 กับ s01e12 ล่ะ
เสิรชดู มันเจอแค่สองอัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 20 ธค.,2009 18:51    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[REC] ที่ cz ยังมีคนปล่อยอยู่นะ อยู่ในหมวด dvd แต่ลองโหลดแล้วโหลดไม่มาเลยว่ะ ไม่เห็น peer

Glee สงสัยต้องรอสักพักมั้ง ตอนนี้ dvd ของ 13 ตอนแรก zone 1 ออกแล้ว ลองหาดูที่ boomerang ก็หมดไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีคนเอามาทำแผ่นโมดิฟายใส่ sub ไทยหรือเปล่า ต้องไปดูแถวๆ thaidvd น่ะ พอดีว่าลืม login ที่ Thaidvd ไปแล้ว เลยเข้าไป search ไม่ได้

ถ้าจะรอของ zone 3 น่าจะอีกนาน เพราะแถวๆ บ้านเรายังไม่ออก tv เลย ที่ญี่ปุ่นจะเริ่มออกอากาศปีหน้า ขนาดที่อังกฤษก็เพิ่งเริ่มตอนแรกไปเมื่ออาทิตย์ก่อน

ส่วนแบบ divx ที่ cz ขาประจำส่วนใหญ่จะปล่อยกันแต่หนัง action เลยมีปล่อยกันแบบตกๆ หล่นๆ (ขนาดหนัง action อย่าง prison break นี่กว่าบ้านเราจะเริ่มมีกระแสมาดูกันนี่ก็ประมาณที่อเมริกาจบปีแรกไปได้สักพักน่ะ) เดี๋ยวคืนนี้จะลองไปปล่อยดูนะ


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย 8 เมื่อ 02 มค.,2010 21:41, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 20 ธค.,2009 21:06    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตอนนี้ปล่อย Glee ตอนที่ 1-5 อยู่ที่ cz เษมสนใจก็ไปโหลดได้นะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
เษม
เชี่ยวชาญการโพส
เชี่ยวชาญการโพส


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 520
ที่อยู่: สุพรรณบุรี

ตอบตอบ: 21 ธค.,2009 10:35    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบใจมากยุ่น กำลังโหลดอยู่
ช่วงหลัง ๆ นี้เปลี่ยนมาโหลดบิตตอนกลางวัน เพราะไม่ได้นอนที่ร้านแล้ว กลางคืนเลยปิดเครื่องหมด
กลางวันโหลดแทรกกับน้อง ๆ เค้าเล่นเน็ต เลยต้องโหลดแค่ไม่เกิน 1 เมก

กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 21 ธค.,2009 14:23    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เษม ที่ cz มีคนปล่อย the fall ในหมวด dvd อยู่ เรื่องนี้ดีนะ เสียตรงที่ว่าของ zone 3 ไม่มี director commentary เพราะมันมีเกร็ดน่าสนใจเยอะมาก
ติดไว้ก่อน ไว้ว่างๆ มาเขียน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
เษม
เชี่ยวชาญการโพส
เชี่ยวชาญการโพส


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 520
ที่อยู่: สุพรรณบุรี

ตอบตอบ: 21 ธค.,2009 16:00    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ok เดี๋ยวลองโหลดมาดู
ได้ยินชื่อ ที่แรกนึกว่าเป็นหนังปีศาจ ที่ เดนเซล วอชิงตัน เล่น
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
8
หน่วยซ่อมบำรุง
หน่วยซ่อมบำรุง


เข้าร่วมเมื่อ: 23 ตค. 2005
ตอบ: 2604

ตอบตอบ: 22 ธค.,2009 10:54    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เพิ่งไปอ่านเจอว่า paranormal activity มี alternate ending อีกแบบที่ไม่ได้ถ่าย เพราะด้วยทุนจำกัด เลยทำไม่ได้

++++SPOILER++++
รวมแล้วฉากจบ 4 แบบ ก็ตามนี้
ทั้ง 4 แบบเหตุการณ์เกิดขึ้นตอนกลางคืนในห้องนอนที่พระเอกตั้งกล้อง video ไว้เพื่อพยายามถ่ายภาพผี

1. แบบที่ฉายตอนหนังออกฉายในเทศกาลหนัง (เนื่องจากฉายแบบนี้แค่ครั้งเดียว เลยมีคนได้ดูแค่ไม่กี่คน) นางเอกตื่นขึ้นมายืนจ้องพระเอกที่หลับอยู่ 2-3 ชั่วโมง แล้วลงไปชั้นล่าง มีเสียงอะไรสักอย่างดังขึ้น พระเอกตามลงไปดู มีเสียงการต่อสู้ (คนดูไม่เห็น เพราะภาพที่เห็นมาจากกล้องในห้องนอน) นางเอกถือมีดเปื้อนเลือดกลับขึ้นมาที่ห้องนอน แล้วมานั่งแสยะยิ้มให้กล้อง แล้วก็เชือดคอตัวเอง แบบนี้เขาว่าน่ากลัวสุดแล้ว

2 แบบ cop ending นางเอกตื่นขึ้นมายืนจ้องพระเอกที่หลับอยู่ 2-3 ชั่วโมง แล้วลงไปชั้นล่าง มีเสียงอะไรสักอย่างดังขึ้น พระเอกตามลงไปดู มีเสียงการต่อสู้ (คนดูไม่เห็น เพราะภาพที่เห็นมาจากกล้องในห้องนอน) นางเอกถือมีดเปื้อนเลือดกลับขึ้นมาที่ห้องนอน แล้วก็นั่งโยกตัวไปมาที่ข้างเตียงจนเช้า - เพื่อนนางเอกโทรศัพท์มาหา แต่ไม่มีคนรับสาย - เพื่อนนางเอกมาหาที่บ้านและพบศพพระเอกที่ชั้นล่าง - ตำรวจมาที่บ้าน - นางเอกกลับมาได้สติแต่ยังถือมีดอยู่แบบงงๆ - ตำรวจยิงนางเอกตาย
อันนี้เล่าแบบรวบๆ นะ มันค่อนข้างเยิ่นเย้ออยู่เยอะเลย

3. แบบ spielberg ที่ฉายตามโรงทั่วๆ ไป นางเอกตื่นขึ้นมายืนจ้องพระเอกที่หลับอยู่ 2-3 ชั่วโมง แล้วลงไปชั้นล่าง มีเสียงอะไรสักอย่างดังขึ้น พระเอกตามลงไปดู มีเสียงการต่อสู้ (คนดูไม่เห็น เพราะภาพที่เห็นมาจากกล้องในห้องนอน) สักพักมีเสียงวิ่งกลับขึ้นมาที่ห้องนอน แล้วร่างพระเอกก็โดนเหวี่ยงอัดเข้ามาที่กล้อง แล้วนางเอกที่ถูกผีสิงอยู่ก็ตามมาทึ้งศพพระเอก และหันมาแสยะยิ้มให้กล้อง

4. แบบที่ไม่ได้ถ่าย นางเอกกระหน่ำซัดพระเอกจนตายด้วยกล้อง video โดยที่ภาพที่คนดูเห็นจะเป็นภาพจากกล้องนั่นแหละ แค่นึกภาพตามก็สยองแล้ว

ถ้าแบบสุดท้ายได้ถ่าย ก็จะเป็นการฝืนกฏ คนตาย-กล้องไม่ตาย ได้แบบเข้าท่าดีทีเดียว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ Blog
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    Arch56 Webboard หน้ากระดานข่าวหลัก -> บันไดหน้าคณะ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 10, 11, 12 ... 25, 26, 27  ถัดไป
หน้า 11 จากทั้งหมด 27

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group